ผ่าฟันคุด หรือ Wisdom Tooth Extraction คือการผ่าตัดเพื่อนำ ฟันคุด (ฟันกรามซี่ที่ 3) ออกจากขากรรไกร ซึ่งเป็นหนึ่งในการรักษาทางทันตกรรมที่พบบ่อยที่สุด ที่ Mister Dentist อุบลราชธานี และ ศรีสะเกษ ให้บริการผ่าฟันคุดโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด

คนเรามีฟันกรามซี่ที่ 3 ทั้งหมด 4 ซี่ (บนซ้าย บนขวา ล่างซ้าย ล่างขวา) มักขึ้นช่วงอายุ 17–25 ปี เนื่องจากขากรรไกรของมนุษย์ปัจจุบันมีขนาดเล็กลง จึงมักไม่มีพื้นที่เพียงพอให้ฟันคุดขึ้นได้ตามปกติ

4 ประเภทฟันคุด

ฟันคุดมีกี่ประเภท?
แบบไหนอันตรายที่สุด?

ทันตแพทย์แบ่งฟันคุดตามทิศทางการขึ้น ซึ่งกำหนดความซับซ้อนของการผ่าและความจำเป็นในการรักษา

01
ประเภทที่ 1
Vertical Impaction
ฟันคุดตั้งตรง

ฟันอยู่ในแนวตั้งเหมือนฟันปกติ แต่ไม่มีพื้นที่โผล่ขึ้นมา อาจไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย

บางกรณีไม่ต้องผ่า
02
ประเภทที่ 2
Mesial Impaction
ฟันคุดเอียง

ฟันเอียงไปด้านหน้า ดันฟันกรามซี่ที่ 2 โดยตรง เป็นลักษณะที่พบบ่อยที่สุด

มักต้องผ่าออก
03
ประเภทที่ 3
Horizontal Impaction
ฟันคุดนอน

ฟันนอนราบขนานกับขากรรไกร ดันฟันข้างเคียงโดยตรง เจ็บปวดมาก

ต้องผ่าออกเสมอ
04
ประเภทที่ 4
Bony Impaction
ฟันคุดฝังในกระดูก

ฟันฝังในกระดูกขากรรไกรทั้งหมด มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้ X-ray เท่านั้น

ซับซ้อนที่สุด ผ่ายาก
การตัดสินใจ

แบบไหนต้องผ่า?
แบบไหนเฝ้าดูได้?

ทันตแพทย์จะประเมินจาก X-ray และอาการก่อนตัดสินใจเสมอ — ไม่ใช่ทุกคนที่มีฟันคุดจะต้องผ่า

ดันฟันข้างเคียง

ฟันคุดที่เอียงหรือนอนดันฟันกรามซี่ที่ 2 อาจทำให้ฟันซ้อน เจ็บปวด หรือฟันเสียหาย

เหงือกอักเสบซ้ำ (Pericoronitis)

เหงือกที่ปิดอยู่เหนือฟันคุดเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ทำให้อักเสบบวม เจ็บ และกลืนน้ำลายลำบาก

ฟันผุ

ฟันคุดที่ขึ้นบางส่วนทำความสะอาดยากมาก เศษอาหารสะสมจนผุทั้งฟันคุดและฟันข้างเคียง

ถุงน้ำ (Dentigerous Cyst)

ถุงน้ำรอบฟันคุดอาจทำลายกระดูกขากรรไกรและเส้นประสาทได้ถ้าปล่อยไว้นาน

กรณีที่อาจเฝ้าดูได้ (ไม่ต้องผ่าทันที):

ฟันคุดขึ้นตรง ไม่ดันฟันซี่อื่น
ไม่มีอาการเจ็บปวดหรืออักเสบ
ทำความสะอาดได้ดี ไม่มีฟันผุ
X-ray ไม่พบถุงน้ำหรือความเสียหายต่อกระดูก
แม้ไม่ต้องผ่าตอนนี้ ก็ควรติดตามด้วย X-ray ทุก 1–2 ปี เพราะฟันคุดอาจเริ่มก่อปัญหาในภายหลังได้
ขั้นตอนการรักษา

ผ่าฟันคุดที่คลินิก
มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

1
ขั้นตอนที่ 1

ตรวจและถ่าย X-ray Panoramic

ดูตำแหน่ง ทิศทาง ความลึก และระยะห่างจากเส้นประสาท เพื่อวางแผนผ่าที่ปลอดภัยที่สุด

~10 นาที
2
ขั้นตอนที่ 2

ฉีดยาชาเฉพาะที่

ฉีดยาชาบริเวณเหงือกและขากรรไกรรอบฟันคุด รอจนชาสนิท ระหว่างผ่าจะรู้สึกแรงกดแต่ไม่เจ็บ

5–10 นาที
3
ขั้นตอนที่ 3 · หลัก

เปิดแผลและนำฟันออก

กรีดเหงือก ตัดกระดูกที่ปิดทับถ้าจำเป็น อาจตัดฟันเป็นชิ้นๆ ก่อนนำออกเพื่อลดแรงกระแทก

15–45 นาที ขึ้นกับความซับซ้อน
4
ขั้นตอนที่ 4

ทำความสะอาดและเย็บแผล

ล้างแผล ตรวจไม่ให้มีเศษฟันเหลือ เย็บแผลด้วยไหม (นัดตัดใน 7 วัน)

~10 นาที
5
ขั้นตอนที่ 5 · สำคัญมาก

กัดผ้าก๊อซหยุดเลือด

กัดผ้าก๊อซ 45–60 นาทีให้เกิดลิ่มเลือด ลิ่มเลือดนี้คือ “ฝาปิดแผล” ธรรมชาติ — ห้ามดูด บ้วน หรือแคะออกเด็ดขาด

การพักฟื้น

หลังผ่าฟันคุด
คาดหวังอะไรได้บ้าง?

วันที่ 1–2
ระยะเฉียบพลัน
  • ปวดและบวมเริ่มขึ้นหลังยาชาหมดฤทธิ์
  • เลือดออกเล็กน้อย น้ำลายมีสีชมพู — ปกติมาก
  • ทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง
วันที่ 2–3
จุดสูงสุดของอาการ
  • บวมมักสูงสุดในช่วงนี้ — เป็นเรื่องปกติ
  • อ้าปากลำบาก กล้ามเนื้อขากรรไกรตึง
  • ประคบเย็นด้านนอกแก้มช่วยลดบวมได้
วันที่ 4–7
เริ่มดีขึ้น
  • อาการบวมและปวดลดลงเรื่อยๆ
  • เริ่มกินอาหารอ่อนได้มากขึ้น
  • นัดตัดไหมวันที่ 7 (ถ้าไม่ใช่ไหมละลาย)
สัปดาห์ 2
ฟื้นตัวเกือบสมบูรณ์
  • เหงือกเริ่มปิด อาการส่วนใหญ่หายดี
  • กลับมากินอาหารได้เกือบปกติ
  • แผลในปากอาจยังรู้สึกได้บ้าง
สัญญาณอันตราย

อาการเหล่านี้ต้องรีบ
กลับมาพบทันตแพทย์ทันที

อันตรายที่สุด · ต้องรีบรักษา
⚠️ Dry Socket — ลิ่มเลือดในแผลหลุดออก
ภาวะที่ลิ่มเลือดในแผลหลุดออกก่อนแผลจะหาย ทำให้กระดูกและเส้นประสาทโผล่ออกมา เจ็บปวดรุนแรงผิดปกติ มักเกิดในวันที่ 3–5 หลังผ่า ถ้าปวดเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลงในช่วงนี้ ต้องรีบพบทันตแพทย์ทันที — สาเหตุมักเกิดจาก
สูบบุหรี่ ใช้หลอดดูดน้ำ บ้วนปากแรงๆ แคะแผล แอลกอฮอล์
ไข้สูงเกิน 38°C ต่อเนื่องหลายวัน
เลือดออกไม่หยุดหลังกัดผ้าก๊อซ 2–3 ชั่วโมง
บวมมากขึ้นหลังวันที่ 3 แทนที่จะลดลง
ชาที่ริมฝีปาก คาง หรือลิ้นนานเกิน 24 ชั่วโมง
กลืนลำบากหรือหายใจลำบาก
มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติจากแผล
การดูแลหลังผ่า

ดูแลตัวเองหลังผ่าฟันคุด
ให้แผลหายเร็วที่สุด

✅ สิ่งที่ควรทำ
  • ประคบเย็นนอกแก้ม 20 นาที สลับพัก 20 นาที ใน 24 ชม.แรก
  • เวลาพักผ่อน ให้ศีรษะสูงกว่าปกติ นอนหมอนสูงขึ้น
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ
  • กินอาหารอ่อน เย็น นิ่ม: โยเกิร์ต โจ๊ก ซุป
  • บ้วนน้ำเกลืออุ่นเบาๆ หลัง 24 ชม.แรก
❌ สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
  • ห้ามใช้หลอดดูดน้ำ — เสี่ยง Dry Socket มาก
  • ห้ามสูบบุหรี่อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ยิ่งนานยิ่งดี
  • ห้ามบ้วนปากแรงๆ หรือถ่มน้ำลายแรงๆ
  • หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เหนียว ร้อนจัด เผ็ดจัด
  • ห้ามออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 1 สัปดาห์
ผลกระทบ

ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ผ่าฟันคุด
จะเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนกลัวการผ่าจึงเลือกทน แต่การปล่อยทิ้งไว้มีความเสี่ยงร้ายแรงกว่ามาก

1
ผลกระทบแรก

ฟันข้างเคียงผุหรือเสียหาย

อาจต้องรักษารากฟันหรือถอนฟันที่ดีออกด้วย ค่าใช้จ่ายสูงกว่าผ่าฟันคุดมาก

→ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3–5 เท่า
2
ผลกระทบที่ 2

การติดเชื้อลุกลาม

เหงือกอักเสบเรื้อรังอาจลุกลามไปยังกระดูกขากรรไกร (Osteomyelitis) หรือแพร่กระจายได้

→ อาจต้องนอนโรงพยาบาล
3
ผลกระทบที่ 3

ถุงน้ำโตขึ้นเรื่อยๆ

ถุงน้ำรอบฟันคุดที่ปล่อยไว้จะทำลายกระดูก เส้นประสาท และฟันซี่อื่น อาจต้องผ่าตัดใหญ่

→ ซับซ้อนขึ้นมากหากรอนาน
4
ผลกระทบที่ 4

ส่งผลต่อการจัดฟัน

ฟันคุดที่ดันจะทำให้ฟันที่จัดไว้สวยแล้วกลับมาซ้อนเก หรือขัดขวางการจัดฟันได้

→ เสียเวลาและค่าจัดฟันที่ลงทุนไปแล้ว
FAQ คำถามที่พบบ่อย

ข้อสงสัยเรื่องผ่าฟันคุด
ที่คนถามมากที่สุด

ระหว่างผ่าไม่เจ็บเพราะมียาชา แต่หลังยาชาหมดฤทธิ์จะปวดและบวม 2–3 วัน ความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคส ฟันคุดตื้นเจ็บน้อยกว่าฟันคุดที่ฝังลึก ทานยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งได้เลย
1–2 วันแรกกินอาหารอ่อนหรืออาหารเหลว เช่น โจ๊ก ซุป โยเกิร์ต หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว ร้อนจัด เผ็ดจัด และห้ามใช้หลอดดูดน้ำเด็ดขาด เพราะแรงดูดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุด เสี่ยง Dry Socket
ไม่จำเป็นทุกซี่ ถ้าขึ้นตรง ไม่ดันฟันซี่อื่น ไม่มีอาการ และทำความสะอาดได้ สามารถเฝ้าดูอาการได้ ทันตแพทย์จะประเมินจาก X-ray
ฟันคุดตื้นใช้เวลา 15–30 นาที ฟันคุดฝังลึกหรือซับซ้อนอาจใช้เวลา 45–60 นาที ไม่รวมเวลาฉีดยาชาและเตรียมตัว
แนะนำพักผ่อน 1–2 วัน งานเบาๆ กลับมาทำได้ใน 2–3 วัน แต่งานที่ต้องออกแรงหนักหรือออกกำลังกายควรหยุดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
Dry Socket คือภาวะที่ลิ่มเลือดในแผลหลุดออกก่อนแผลหาย ทำให้เจ็บปวดรุนแรงมากในวันที่ 3–5 หลังผ่า ต้องรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที ห้ามปล่อยทิ้งไว้