รักษารากฟันที่ Mister Dentist
อุบลราชธานี และศรีสะเกษ
ไม่จำเป็นต้องถอนฟัน — รักษารากฟันช่วยให้คุณเก็บฟันธรรมชาติไว้ได้ แม้โพรงประสาทติดเชื้อรุนแรง โดยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ เพราะมียาชาตลอดทั้งกระบวนการรักษา
- ระยะเวลาต่อนัด60–90 นาที
- ความเจ็บปวดไม่เจ็บระหว่างทำ มียาชาตลอด
- จำนวนนัดฟันหน้า 1–2 นัด · ฟันกราม 3-4 นัด
- หลังรักษาครอบฟันเพื่อปกป้องฟันในระยะยาว
รักษารากฟันคืออะไร
และทำไมถึงต้องทำ?
รักษารากฟัน หรือ Root Canal Treatment คือทางออกที่ดีที่สุด เมื่อฟันผุลึกถึงโพรงประสาท หรือมีการติดเชื้อในรากฟัน — ช่วยให้คุณเก็บฟันธรรมชาติไว้ได้ โดยไม่ต้องถอนทิ้ง ที่ Mister Dentist อุบลราชธานี และ ศรีสะเกษ ให้บริการรักษารากฟันโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด
ทำไมฟันถึงติดเชื้อได้
แม้ดูแลดีแค่ไหน?
เมื่อฟันผุลึกหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง แบคทีเรียจะเข้าไปยังโพรงประสาท ทำให้เกิดการอักเสบและเจ็บปวด การรักษารากฟันคือการนำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกและทำความสะอาดคลองรากให้ปราศจากเชื้อ เพื่อรักษาฟันธรรมชาติไว้
รักษารากฟัน vs ถอนฟัน
เลือกอะไรดีกว่า?
ในกรณีส่วนใหญ่ การรักษารากฟันดีกว่า การถอนฟันแนะนำเฉพาะเมื่อฟันเสียหายจนรักษาไม่ได้จริงๆ เช่น แตกถึงรากหรือกระดูกรองรับเสียหายรุนแรง
| เกณฑ์เปรียบเทียบ | รักษารากฟัน | ถอนฟัน + Implant |
|---|---|---|
| เก็บฟันธรรมชาติ | ✅ ได้ | ❌ ไม่ได้ |
| ป้องกันกระดูกสลาย | ✅ รากฟันกระตุ้นกระดูก | ⚠️ ต้องรอ Implant |
| ต้องผ่าตัด | ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ | ต้องผ่าตัดฝัง Implant |
| ระยะเวลารักษา | 2–4 สัปดาห์ | 3–9 เดือน |
| ค่าใช้จ่ายโดยรวม | น้อยกว่า | สูงกว่ามาก |
| ความรู้สึกขณะใช้งาน | ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด | ดี แต่ไม่เหมือนฟันจริง |
อาการที่บ่งบอกว่า
ต้องรักษารากฟัน
ปวดฟันเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น
โดยเฉพาะปวดตุ้บๆ เต้นตามชีพจร หรือปวดมากตอนนอนราบ
เสียวฟันรุนแรงค้างนาน
เสียวเมื่อโดนร้อนหรือเย็น นานกว่า 30 วินาที ต่างจากเสียวฟันธรรมดา
เจ็บเมื่อกัดหรือเคี้ยว
แม้แต่อาหารอ่อน บ่งบอกว่ามีการอักเสบที่บริเวณรากฟัน
ฟันเปลี่ยนสีคล้ำ
เมื่อเทียบกับฟันซี่ข้างๆ อาจเป็นสัญญาณว่าโพรงประสาทเริ่มตาย
เหงือกบวมหรือมีตุ่มหนอง
บริเวณรากฟัน บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อที่รากฟันแล้ว
ฟันโยกโดยไม่มีสาเหตุอื่น
เมื่อกระดูกรองรับรากฟันถูกทำลายจากการติดเชื้อ ฟันจะโยก
- ปวดรุนแรงมากจนยาแก้ปวดไม่ช่วย
- บวมที่แก้มหรือคอ มีไข้ร่วมด้วย
- กลืนน้ำลายลำบากหรืออ้าปากไม่ได้
4 สาเหตุหลักที่ทำให้
ต้องรักษารากฟัน
ฟันผุลึกถึงโพรงประสาทฟัน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด แบคทีเรียกินลึกผ่านเคลือบฟัน → เนื้อฟัน → โพรงประสาท การอุดฟันธรรมดาไม่เพียงพออีกต่อไป
ฟันร้าว แตก หรือหัก
รอยร้าวที่ลึกพอให้แบคทีเรียเข้าถึงโพรงประสาท บางครั้งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้ X-ray หรือแสงพิเศษตรวจ
อุบัติเหตุกระทบฟัน
แม้ฟันไม่แตกหัก แต่เส้นเลือดภายในโพรงอาจถูกทำลาย ประสาทฟันตาย ฟันอาจติดเชื้อทีหลังโดยไม่มีอาการเตือน
วัสดุอุดฟันเก่าที่รั่วซึม
ขอบวัสดุรั่วซึมให้แบคทีเรียเข้าไปใต้วัสดุ ฟันผุซ้ำโดยมองไม่เห็น จนลึกถึงโพรงประสาทในที่สุด
ขั้นตอนการรักษารากฟัน
ตั้งแต่ต้นจนจบ 7 ขั้น
ตรวจและถ่าย X-ray
ดูจำนวนคลองราก ความยาว ระดับการติดเชื้อ และตำแหน่งฝีหนอง (ถ้ามี) เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ
ฉีดยาชาเฉพาะที่
ฉีดยาชาบริเวณรอบซี่ฟัน รอจนชาสนิทประมาณ 5–10 นาที ระหว่างทำทั้งหมดไม่รู้สึกเจ็บ อาจรู้สึกแรงกดหรือสั่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
กรอเปิดโพรงฟันและนำเนื้อเยื่อออก
ทันตแพทย์กรอด้านบนของฟันเพื่อสร้างช่องทางเข้าถึงโพรงประสาท นำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อทั้งหมดออก
ทำความสะอาดและขยายคลองราก
ใช้เครื่องมือขนาดเล็กมาก (File) ขูดทำความสะอาดผนังคลองราก ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลายรอบจนปราศจากเชื้อโรค
ใส่ยาและอุดชั่วคราว
ถ้ามีการติดเชื้อมาก ทันตแพทย์ใส่ยาต้านเชื้อในคลองรากและอุดด้วยวัสดุชั่วคราว นัดมาตรวจอีก 1–2 สัปดาห์
อุดคลองรากถาวร
อุดด้วยวัสดุ Gutta-Percha ยางธรรมชาติร่วมกับ Sealer เพื่อปิดสนิทป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
อุดฟันและนัดครอบฟัน
อุดรอยกรอด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน จากนั้นนัดทำครอบฟัน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญมากในการรักษา
รักษารากฟันกี่นัด?
ใช้เวลานานแค่ไหน?
ฟันหน้า (ซี่ที่ 1–3)
1 คลองราก ซับซ้อนน้อย รักษาได้เร็วที่สุด
ฟันเขี้ยวและกรามน้อย
1–2 คลองราก ระยะเวลาใกล้เคียงฟันหน้า
ฟันกราม (ซี่ที่ 6–7)
3–4 คลองราก ซับซ้อนกว่า ต้องใช้เวลามากขึ้น
มีการติดเชื้อรุนแรง / ฝีหนอง
ต้องนัดเพิ่มเพื่อใส่ยาต้านเชื้อในคลองรากก่อน
รักษารากฟันเจ็บไหม?
และดูแลตัวเองอย่างไร?
- ยาชาสมัยใหม่มีประสิทธิภาพสูงมาก ไม่รู้สึกเจ็บ
- รู้สึกได้เพียงแรงกดหรือสั่นเล็กน้อยจากเครื่องมือ
- ถ้ารู้สึกเจ็บระหว่างทำ บอกทันตแพทย์ได้ทันที
- สามารถเพิ่มยาชาได้เสมอ หยุดพักได้ตามต้องการ
- อาจปวดตื้อๆ หรือระบม — ปกติมาก
- เจ็บเล็กน้อยเมื่อกัดบริเวณฟันที่รักษา
- ทานยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์สั่งได้เลย
- ปวดมากขึ้นหลังวันที่ 3 → ต้องกลับมาพบทันตแพทย์
- หลีกเลี่ยงกัดของแข็งด้านที่กำลังรักษา
- ถ้าวัสดุอุดชั่วคราวหลุด รีบติดต่อคลินิกทันที
- แปรงฟันได้ตามปกติ
- มาตามนัดทุกครั้ง ไม่ขาดนัดโดยเด็ดขาด
- แปรงฟัน 2 ครั้ง ใส่ใจบริเวณขอบครอบฟัน
- ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
- มาตรวจฟันทุก 6 เดือน เช็กสภาพครอบฟัน
- ถ้านอนกัดฟัน แจ้งทันตแพทย์ทำเฝือกสบฟัน
ทำไมต้องครอบฟัน
หลังรักษารากฟัน?
นี่คือขั้นตอนที่คนมักมองข้าม — แต่สำคัญที่สุดครับ หลังรักษารากฟัน ฟันจะขาดการไหลเวียนของเลือดและน้ำเลี้ยง ทำให้ เปราะและแตกง่ายกว่าฟันปกติมาก
- ฟันกรามทุกซี่ — รับแรงเคี้ยวสูงมาก เสี่ยงแตกมากที่สุด
- ฟันที่เหลือเนื้อฟันน้อยหลังกรอ
- ฟันที่มีรอยร้าวเดิมอยู่แล้ว
- ฟันแตกจากแรงเคี้ยวปกติ อาจแตกจนต้องถอน
- วัสดุอุดรั่วซึม แบคทีเรียกลับเข้าคลองราก ต้องรักษาซ้ำ
- เสียฟันซี่ที่ลงทุนรักษาไปโดยเปล่าประโยชน์
ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา
จะเกิดอะไรขึ้น?
การติดเชื้อในรากฟัน ไม่มีทางหายเองโดยไม่รักษา และจะลุกลามไปเรื่อยๆ ยิ่งรอนาน ยิ่งรักษายาก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และอันตรายมากขึ้น
ฝีหนองที่รากฟัน
- เกิดฝีหนองที่รากฟัน (Periapical Abscess) ปวดรุนแรงมาก
- เหงือกบวม มีตุ่มหนองบริเวณรากฟัน
- กระดูกขากรรไกรรอบรากฟันเริ่มถูกทำลาย
กระดูกสลาย ฟันข้างเคียงติดเชื้อ
- กระดูกสูญเสียมากจนรักษารากฟันไม่ได้ ต้องถอนฟัน
- การติดเชื้อลุกลามไปยังฟันซี่ข้างเคียง
อันตรายถึงชีวิต
- การติดเชื้อแพร่กระจายไปยังกระดูกขากรรไกร (Osteomyelitis)
- ลุกลามไปยังคอและทางเดินหายใจ — อันตรายถึงชีวิต
- บางกรณีอาจแพร่กระจายสู่สมองได้
รักษารากฟัน + ครอบฟัน
อยู่ได้ 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต
งานวิจัยพบอัตราความสำเร็จระยะยาวของการรักษารากฟัน 85–97% ถ้ารักษาได้ดีและทำครอบฟัน ดูแลถูกวิธี และมาตรวจฟันสม่ำเสมอ ฟันธรรมชาติที่รักษาไว้ย่อมดีกว่าฟันเทียมในทุกกรณี
