Endodontics · ความรู้พื้นฐาน

รักษารากฟันคืออะไร
และทำไมถึงต้องทำ?

รักษารากฟัน หรือ Root Canal Treatment คือทางออกที่ดีที่สุด เมื่อฟันผุลึกถึงโพรงประสาท หรือมีการติดเชื้อในรากฟัน — ช่วยให้คุณเก็บฟันธรรมชาติไว้ได้ โดยไม่ต้องถอนทิ้ง ที่ Mister Dentist อุบลราชธานี และ ศรีสะเกษ ให้บริการรักษารากฟันโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด

เคลือบฟัน (Enamel)ชั้นนอกสุด แข็งที่สุด
เนื้อฟัน (Dentin)ชั้นกลาง ทำให้เสียวฟัน
โพรงประสาทฟัน (Pulp)เส้นประสาท + หลอดเลือด
คลองราก (Root Canal)⚠️ จุดที่เกิดการติดเชื้อ
Anatomy · โครงสร้างฟัน

ทำไมฟันถึงติดเชื้อได้
แม้ดูแลดีแค่ไหน?

เมื่อฟันผุลึกหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง แบคทีเรียจะเข้าไปยังโพรงประสาท ทำให้เกิดการอักเสบและเจ็บปวด การรักษารากฟันคือการนำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกและทำความสะอาดคลองรากให้ปราศจากเชื้อ เพื่อรักษาฟันธรรมชาติไว้

เปรียบเทียบ

รักษารากฟัน vs ถอนฟัน
เลือกอะไรดีกว่า?

ในกรณีส่วนใหญ่ การรักษารากฟันดีกว่า การถอนฟันแนะนำเฉพาะเมื่อฟันเสียหายจนรักษาไม่ได้จริงๆ เช่น แตกถึงรากหรือกระดูกรองรับเสียหายรุนแรง

เกณฑ์เปรียบเทียบรักษารากฟันถอนฟัน + Implant
เก็บฟันธรรมชาติ✅ ได้❌ ไม่ได้
ป้องกันกระดูกสลาย✅ รากฟันกระตุ้นกระดูก⚠️ ต้องรอ Implant
ต้องผ่าตัดไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ต้องผ่าตัดฝัง Implant
ระยะเวลารักษา2–4 สัปดาห์3–9 เดือน
ค่าใช้จ่ายโดยรวมน้อยกว่าสูงกว่ามาก
ความรู้สึกขณะใช้งานใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุดดี แต่ไม่เหมือนฟันจริง
อาการ · สัญญาณเตือน

อาการที่บ่งบอกว่า
ต้องรักษารากฟัน

ปวดฟันเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น

โดยเฉพาะปวดตุ้บๆ เต้นตามชีพจร หรือปวดมากตอนนอนราบ

เสียวฟันรุนแรงค้างนาน

เสียวเมื่อโดนร้อนหรือเย็น นานกว่า 30 วินาที ต่างจากเสียวฟันธรรมดา

เจ็บเมื่อกัดหรือเคี้ยว

แม้แต่อาหารอ่อน บ่งบอกว่ามีการอักเสบที่บริเวณรากฟัน

ฟันเปลี่ยนสีคล้ำ

เมื่อเทียบกับฟันซี่ข้างๆ อาจเป็นสัญญาณว่าโพรงประสาทเริ่มตาย

เหงือกบวมหรือมีตุ่มหนอง

บริเวณรากฟัน บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อที่รากฟันแล้ว

ฟันโยกโดยไม่มีสาเหตุอื่น

เมื่อกระดูกรองรับรากฟันถูกทำลายจากการติดเชื้อ ฟันจะโยก

อาการฉุกเฉิน — ต้องไปพบแพทย์ทันที
บวมที่แก้มหรือคอ + มีไข้ = อันตราย
  • ปวดรุนแรงมากจนยาแก้ปวดไม่ช่วย
  • บวมที่แก้มหรือคอ มีไข้ร่วมด้วย
  • กลืนน้ำลายลำบากหรืออ้าปากไม่ได้
สาเหตุ

4 สาเหตุหลักที่ทำให้
ต้องรักษารากฟัน

01

ฟันผุลึกถึงโพรงประสาทฟัน

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด แบคทีเรียกินลึกผ่านเคลือบฟัน → เนื้อฟัน → โพรงประสาท การอุดฟันธรรมดาไม่เพียงพออีกต่อไป

02

ฟันร้าว แตก หรือหัก

รอยร้าวที่ลึกพอให้แบคทีเรียเข้าถึงโพรงประสาท บางครั้งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้ X-ray หรือแสงพิเศษตรวจ

03

อุบัติเหตุกระทบฟัน

แม้ฟันไม่แตกหัก แต่เส้นเลือดภายในโพรงอาจถูกทำลาย ประสาทฟันตาย ฟันอาจติดเชื้อทีหลังโดยไม่มีอาการเตือน

04

วัสดุอุดฟันเก่าที่รั่วซึม

ขอบวัสดุรั่วซึมให้แบคทีเรียเข้าไปใต้วัสดุ ฟันผุซ้ำโดยมองไม่เห็น จนลึกถึงโพรงประสาทในที่สุด

ขั้นตอน

ขั้นตอนการรักษารากฟัน
ตั้งแต่ต้นจนจบ 7 ขั้น

1
ขั้นตอนที่ 1

ตรวจและถ่าย X-ray

ดูจำนวนคลองราก ความยาว ระดับการติดเชื้อ และตำแหน่งฝีหนอง (ถ้ามี) เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ

~10 นาที
2
ขั้นตอนที่ 2

ฉีดยาชาเฉพาะที่

ฉีดยาชาบริเวณรอบซี่ฟัน รอจนชาสนิทประมาณ 5–10 นาที ระหว่างทำทั้งหมดไม่รู้สึกเจ็บ อาจรู้สึกแรงกดหรือสั่นเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

5–10 นาที
3
ขั้นตอนที่ 3 · หลัก

กรอเปิดโพรงฟันและนำเนื้อเยื่อออก

ทันตแพทย์กรอด้านบนของฟันเพื่อสร้างช่องทางเข้าถึงโพรงประสาท นำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อทั้งหมดออก

15–25 นาที
4
ขั้นตอนที่ 4

ทำความสะอาดและขยายคลองราก

ใช้เครื่องมือขนาดเล็กมาก (File) ขูดทำความสะอาดผนังคลองราก ล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลายรอบจนปราศจากเชื้อโรค

Endodontic Fileน้ำยาโซเดียมไฮโปคลอไรท์
20–40 นาที
5
ขั้นตอนที่ 5 · บางเคส

ใส่ยาและอุดชั่วคราว

ถ้ามีการติดเชื้อมาก ทันตแพทย์ใส่ยาต้านเชื้อในคลองรากและอุดด้วยวัสดุชั่วคราว นัดมาตรวจอีก 1–2 สัปดาห์

6
ขั้นตอนที่ 6

อุดคลองรากถาวร

อุดด้วยวัสดุ Gutta-Percha ยางธรรมชาติร่วมกับ Sealer เพื่อปิดสนิทป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

Gutta-Percha + Sealer
7
ขั้นตอนที่ 7 · สำคัญมาก

อุดฟันและนัดครอบฟัน

อุดรอยกรอด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน จากนั้นนัดทำครอบฟัน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญมากในการรักษา

จำนวนนัด

รักษารากฟันกี่นัด?
ใช้เวลานานแค่ไหน?

1–2 นัด

ฟันหน้า (ซี่ที่ 1–3)

1 คลองราก ซับซ้อนน้อย รักษาได้เร็วที่สุด

1–2 นัด

ฟันเขี้ยวและกรามน้อย

1–2 คลองราก ระยะเวลาใกล้เคียงฟันหน้า

2–3 นัด

ฟันกราม (ซี่ที่ 6–7)

3–4 คลองราก ซับซ้อนกว่า ต้องใช้เวลามากขึ้น

3–4 นัด

มีการติดเชื้อรุนแรง / ฝีหนอง

ต้องนัดเพิ่มเพื่อใส่ยาต้านเชื้อในคลองรากก่อน

ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคสและการตอบสนองของแต่ละคน ทันตแพทย์จะแจ้งหลัง X-ray
ความเจ็บปวด · การดูแล

รักษารากฟันเจ็บไหม?
และดูแลตัวเองอย่างไร?

ระหว่างทำ — ไม่เจ็บ
  • ยาชาสมัยใหม่มีประสิทธิภาพสูงมาก ไม่รู้สึกเจ็บ
  • รู้สึกได้เพียงแรงกดหรือสั่นเล็กน้อยจากเครื่องมือ
  • ถ้ารู้สึกเจ็บระหว่างทำ บอกทันตแพทย์ได้ทันที
  • สามารถเพิ่มยาชาได้เสมอ หยุดพักได้ตามต้องการ
หลังยาชาหมดฤทธิ์ 1–3 วัน
  • อาจปวดตื้อๆ หรือระบม — ปกติมาก
  • เจ็บเล็กน้อยเมื่อกัดบริเวณฟันที่รักษา
  • ทานยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์สั่งได้เลย
  • ปวดมากขึ้นหลังวันที่ 3 → ต้องกลับมาพบทันตแพทย์
ระหว่างรักษา (ก่อนครอบฟัน)
  • หลีกเลี่ยงกัดของแข็งด้านที่กำลังรักษา
  • ถ้าวัสดุอุดชั่วคราวหลุด รีบติดต่อคลินิกทันที
  • แปรงฟันได้ตามปกติ
  • มาตามนัดทุกครั้ง ไม่ขาดนัดโดยเด็ดขาด
หลังครอบฟันแล้ว
  • แปรงฟัน 2 ครั้ง ใส่ใจบริเวณขอบครอบฟัน
  • ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • มาตรวจฟันทุก 6 เดือน เช็กสภาพครอบฟัน
  • ถ้านอนกัดฟัน แจ้งทันตแพทย์ทำเฝือกสบฟัน
ขั้นตอนต่อไป · สำคัญมาก

ทำไมต้องครอบฟัน
หลังรักษารากฟัน?

นี่คือขั้นตอนที่คนมักมองข้าม — แต่สำคัญที่สุดครับ หลังรักษารากฟัน ฟันจะขาดการไหลเวียนของเลือดและน้ำเลี้ยง ทำให้ เปราะและแตกง่ายกว่าฟันปกติมาก

ต้องครอบฟันเสมอ
  • ฟันกรามทุกซี่ — รับแรงเคี้ยวสูงมาก เสี่ยงแตกมากที่สุด
  • ฟันที่เหลือเนื้อฟันน้อยหลังกรอ
  • ฟันที่มีรอยร้าวเดิมอยู่แล้ว
ความเสี่ยงถ้าไม่ครอบ
  • ฟันแตกจากแรงเคี้ยวปกติ อาจแตกจนต้องถอน
  • วัสดุอุดรั่วซึม แบคทีเรียกลับเข้าคลองราก ต้องรักษาซ้ำ
  • เสียฟันซี่ที่ลงทุนรักษาไปโดยเปล่าประโยชน์
แนะนำครอบฟันภายใน 1 เดือน หลังรักษารากฟันเสร็จ เพื่อป้องกันฟันแตกก่อนที่จะได้ทำครอบฟัน
ผลกระทบ

ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา
จะเกิดอะไรขึ้น?

การติดเชื้อในรากฟัน ไม่มีทางหายเองโดยไม่รักษา และจะลุกลามไปเรื่อยๆ ยิ่งรอนาน ยิ่งรักษายาก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และอันตรายมากขึ้น

1
ระยะแรก · สัปดาห์–เดือน

ฝีหนองที่รากฟัน

  • เกิดฝีหนองที่รากฟัน (Periapical Abscess) ปวดรุนแรงมาก
  • เหงือกบวม มีตุ่มหนองบริเวณรากฟัน
  • กระดูกขากรรไกรรอบรากฟันเริ่มถูกทำลาย
2
ระยะกลาง · เดือน–ปี

กระดูกสลาย ฟันข้างเคียงติดเชื้อ

  • กระดูกสูญเสียมากจนรักษารากฟันไม่ได้ ต้องถอนฟัน
  • การติดเชื้อลุกลามไปยังฟันซี่ข้างเคียง
3
ระยะรุนแรง · ฉุกเฉิน

อันตรายถึงชีวิต

  • การติดเชื้อแพร่กระจายไปยังกระดูกขากรรไกร (Osteomyelitis)
  • ลุกลามไปยังคอและทางเดินหายใจ — อันตรายถึงชีวิต
  • บางกรณีอาจแพร่กระจายสู่สมองได้
85–97%
อัตราความสำเร็จ

รักษารากฟัน + ครอบฟัน
อยู่ได้ 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต

งานวิจัยพบอัตราความสำเร็จระยะยาวของการรักษารากฟัน 85–97% ถ้ารักษาได้ดีและทำครอบฟัน ดูแลถูกวิธี และมาตรวจฟันสม่ำเสมอ ฟันธรรมชาติที่รักษาไว้ย่อมดีกว่าฟันเทียมในทุกกรณี

FAQ · คำถามที่พบบ่อย

ข้อสงสัยเรื่องรักษารากฟัน
ที่คนถามมากที่สุด

ไม่เจ็บครับ เพราะฉีดยาชาก่อนเสมอ ความเชื่อที่ว่ารักษารากฟันเจ็บมากมาจากสมัยก่อน ปัจจุบันยาชาสมัยใหม่มีประสิทธิภาพสูงมาก หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจปวดเล็กน้อย 1–3 วัน ทานยาแก้ปวดได้เลย
ฟันหน้า (1 คลองราก) ใช้ 1–2 นัด ฟันกราม (3–4 คลองราก) ใช้ 2–3 นัด ถ้ามีการติดเชื้อรุนแรงอาจต้องนัดเพิ่มเพื่อใส่ยาต้านเชื้อในคลองรากก่อน
แนะนำเสมอครับ โดยเฉพาะฟันกราม เพราะหลังรักษารากฟัน ฟันจะเปราะและแตกง่ายกว่าปกติมากเนื่องจากขาดน้ำเลี้ยงจากเส้นประสาท ถ้าไม่ครอบมีความเสี่ยงสูงที่ฟันจะแตกจนต้องถอนในที่สุด
การติดเชื้อจะลุกลามต่อเนื่อง เกิดฝีหนองที่รากฟัน ทำลายกระดูกขากรรไกร และในกรณีรุนแรงอาจแพร่กระจายไปยังคอหรือทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ถ้ารักษาได้ดีและครอบฟัน ฟันสามารถอยู่ได้ 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต อัตราความสำเร็จระยะยาวสูงถึง 85–97% ขึ้นอยู่กับการดูแลและมาตรวจฟันสม่ำเสมอ
รักษารากฟันคือการเก็บฟันธรรมชาติไว้โดยนำเฉพาะเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก ถอนฟันคือเอาฟันทั้งซี่ออกไป การรักษารากฟันดีกว่าในหลายกรณี เพราะเก็บฟันจริงไว้ได้ ป้องกันกระดูกสลาย และค่าใช้จ่ายโดยรวมน้อยกว่า